ข้อมูลน่ารู้
   ความเป็นมา
   สถานที่ตั้ง
   สภาพภูมิอากาศ
   ลักษณะทางธรณี
   ลักษณะดิน
   ทรัพยากรน้ำ
   ทรัพยากรสัตว์ป่า
   ลักษณะพืชพรรณ
   ชุมชนที่อยู่อาศัย
 ข้อมูลการท่องเที่ยว
   แผนที่ลานกางเต็นท์ Online (Zone A B C)
   แนะนำ
   แหล่งท่องเที่ยว
   การเดินทาง
   การเตรียมตัว
   ค่าธรรมเนียม
   Birding (กิจกรรมดูนก)
   Waterfall (น้ำตกในรอบปี) new!
 หน่วยงานต่างๆ
   สถานีวิจัยเกษตรหลวงอินทนนท์
   โครงการอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้ฯ
   หน่วยจัดการต้นน้ำแม่อวม
   หน่วยจัดการต้นน้ำขุนวาง
   ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่(แม่จอนหลวง)
   หน่วยจัดการต้นน้ำแม่กลาง
   หน่วยจัดการต้นน้ำขุนวาง
 บ้านพักภายในอุทยานฯ
   บ้านพักอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
   บ้านโอมือโชเปอ (แม่กลางหลวง)
   บ้านพักศูนย์ท่องเที่ยวฯ (แม่กลางหลวง)
   บ้านพักอินทนนท์คีรีมายา (แม่กลางหลวง)
   บ้านพักนาขั้นบันได (แม่กลางหลวง)
   บ้านสวยบนดอยสูง (อยู่บริเวณที่ทำการอุทยานฯ)
   บ้าน ECO-Hut (อยู่บริเวณที่ทำการอุทยานฯ)
   บ้านลุงแดง (อยู่บริเวณที่ทำการอุทยานฯ)
   บ้านดอยชัวร์ญ่า (อยู่บริเวณบ้านม้งขุนกลาง)
   บ้านห้วยโป่งกาน (อยู่แม่ฮ่องสอนครับ)
 ร้านอาหาร
   ครัวร่มโพธิ์
   ครัวต้นสน
   ครัวริมธาร
   ครัวมิตรภาพ
   ครัวอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
 Event & Calendar
 Go to ... Blog
Blog Name :
 
 Blogger Login
Username :
Password :
 

 

ลักษณะทางธรณี

 

 

บว่า หินที่พบบริเวณดอยอินทนนท์มีอายุตั้งแต่ประมาณ ยุคพรีแคมเบรียน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหินไนส์จนถึงยุคเทอร์เซียรี่ ซึ่งจะเป็นหินพวกหินกรวดมน โดยมีหินไนส์เป็นหินที่เกิดเป็นแกนใหญ่ ปรากฏทางทิศตะวันตกของพื้นที่ซึ่งเรียงตัวในแนวเหนือ ? ใต้ และทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือและที่บริเวณยอดดอยอินทนนท์ รองลงมาเป็นหินแกรนิตปรากฏกระจายอยู่ทางทิศตะวันออกและทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีหินแกรนิตโนไดโอไรต์ที่พบทางตอนกลางของพื้นที่ นอกจากนี้ยังพบหินปูนทางทิศตะวันออกสุดของพื้นที่และยังมีหินกรวด หินทราย และหินฟิลไลต์ (Phyllite) อีกด้วย

 

หินไนส์ (gneiss) เป็นหินที่พบเป็นผืนใหญ่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ โดยจะมีการกระจายตัวเป็นแถบตามแนวเหนือ ? ใต้ ของด้านลาดทิศตะวันตกของอุทยานฯ และยังจะพบเป็นบางจุดในตอนเหนือและตอนใต้ของด้านลาดตะวันออกของอุทยานฯ หินไนส์ที่พบจะเป็นหินชนิด sillimanite gneiss เช่นที่บริเวณยอดดอยอินทนนท์ และหิน biotite gneiss ซึ่งมีสีเทา-เทาอ่อน เนื้อหยาบ และหยาบปานกลาง ประกอบไปด้วยแร่ธาตุ ควอร์ต (quartz), มัสโคไวท์ (muscovite), ไบโอไตท์ (biotite), ไมกาซีสท์ และเฟลสปาร์ (feldspar) และแร่อื่น ๆ โดยจะมีอายุมากกว่า 600 ล้านปี เนื่องจากหินชนิดนี้ให้กำเนิดดินที่มีลักษณะเป็นทรายหยาบ และง่ายต่อการถูกชะล้างและพังทลาย ทำให้พื้นที่ตอนบนของอุทยานแงชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งตามแนวสองข้างถนนที่ตัดขึ้นสู่ยอดดอยเกิดการถล่มพัง (slide) อยู่ตลอดเวลา เพราะไม่มีมาตรการป้องกันการพังทลายที่ดี

 

หินแกรนิต (granite) จะพบเป็นผืนใหญ่และคลุมพื้นที่ที่ใกล้เคียงกับหินไนส์ (gneiss) โดยมีการกระจายตัวตามแนวเหนือ-ใต้ ของด้านลาดทิศตะวันออกของอุทยานแห่งชาติ หินแกรนิต (granite) ที่พบจะมีลักษณะเป็นหินสีเทา เนื้อแน่นและค่อนข้างละเอียด ถึงหยาบปานกลาง ประกอบไปด้วยแร่ธาตุ ควอร์ต (quartz), ไบโอไตท์ (biotite), และเฟลสปาร์ (feldspar) เป็นส่วนใหญ่ หินแกรนิต (granite) ที่พบจะมีอายุระหว่าง 280 ? 345 ล้านปี หินแกรนิต (granite) บางแห่งได้ผุสลายกลายเป็นชั้นดินหนา และเมื่อมีการตัดถนนผ่านจึงมังจะถูกชะล้างและพังทลายได้ง่ายเช่นกัน ดังเช่นช่วงของถนนที่ใกล้จะถึงบริเวณยอดดอย

 

หินแกรโนไดโอไรต์ (granidiorite) ซึ่งเป็นหินแกรนิต (granite) ชนิดหนึ่ง จะพบเป็นแถบตอนกลางเรียงตัวอยู่ระหว่างหินไนส์ (gneiss) และหินแกรนิต (granite) เป็นหินที่เกิดขึ้นในยุคไทรแอสซิก (Triassic) มีอายุระหว่าง 195 ? 230 ล้านปี ซึ่งจะมีองค์ประกอบของแร่ธาตุต่าง ๆ มากมาย เช่น มัสโคไวท์ (muscovite), ไบโอไตท์ (biotite), นีส, ไมกาซีสท์ และเฟลสปาร์ (feldspar) ฯลฯ

 

หินปูน (limestone) จะพบในด้านลาดทิศตะวันออกสุดในบริเวณเส้นทางสายจอมทอง ? อินทนนท์ ระหว่างกิโลเมตรที่ 8 ? 12 จะมีถ้ำบริจินดา และถ้ำอื่น ๆ อยู่ เป็นหินที่เกิดในยุคออร์โดวิเชียน (Ordovician) มีอายุระหว่าง 435 ? 500 ล้านปี ส่วนใหญ่จะเป็นหินปูนที่มีหินเชล (shale) สีเขียว และหินเชลปนทรายแทรกอยู่

นอกจากหินชนิดหลักเหล่านี้ ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ยังมีหินชนิดอื่นอยู่อย่างกระจัดกระจาย เช่น หินกรวด (conglomerate), หินทราย (sandstone), หินควอร์ตไซต์ (quartzite), หินไมกาซีสต์ (quartz ? mica schist), หินอ่อน ฯลฯ

 

 

 

 

 

 

 

 

 
Last Update : 24 ส.ค. 51 - 10:06:20 น.
Visitor #: 12894

กลับขึ้นข้างบน

 

 

DOIINTHANON.COM
2007