ลักษณะดิน
 |
โดยทั่วไป ลักษณะและชนิดของดินจะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ หลายปัจจัย ได้แก่ สภาพภูมิอากาศ ระดับความสูงต่ำของพื้นที่ พืชพรรณธรรมชาติ การกระทำของมนุษย์ เวลาและลักษณะทางธรณีวิทยา เนื่องจากพื้นที่ศึกษาส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน การศึกษาและจำแนกลักษณะดิน ตลอดจนการหาขอบเขตของหน่วยพื้นที่ทำได้ยากและมีความไม่แน่นอน ดังนั้น คณะวนศาสตร์ (ม.ป.ป.) จึงได้จำแนกดินในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ออกตามลักษณะของป่าที่ขึ้นปกคลุมดังนี้ |
ดินป่าเต็งรัง
สภาพของดินในป่าเต็งรัง โดยทั่วไปจะมีลักษณะของดินที่ขาดความอุดมสมบูรณ์ คือหน้าดินจะตื้น มีความลึกของดินชั้น A จะอยู่ระหว่าง 3 ? 8 ซม. ดินส่วนใหญ่จะมีลักษณะเป็นดินปนกรวดและลูกรังสีแดง (laterite) จะมีปริมาณกรวดขนาดใหญ่กว่า 5 มิลลิเมตร ในหน้าดินสูงถึง 50 เปอร์เซ็นต์ เนื้อดินจะมีลักษณะเป็นดินร่วนปนทราย (sandy loam) และเนื้อดินบางส่วนจะเกาะตัวกันแน่น ทำให้ดินมีการระบายน้ำได้ช้า หรือในบางแห่ง เช่นป่าเต็งรังที่มีไม้เหียง ? ไม้พลวงเป็นไม้เด่น จะมีทรายปนสูง ทำให้มีลักษณะของดินทราย ไม่อุ้มน้ำ ทำให้แห้งแล้งมากในฤดูแล้ง ปริมาณอินทรีย์วัตถุ (organic matter) สะสมอยู่ระหว่าง 4 ? 26 ตัน/ไร่ และดินจะมีลักษณะเป็นกรด มีค่าความเป็นกรด (pH) ระหว่าง 5.0 ? 6.0
ดินป่าเบญจพรรณ
ดินในป่าเบญจพรรณส่วนใหญ่จะเป็นดินในกลุ่มดินหลัก Red Yellow Podzolic หรืออยู่ในอนุกรมวิธาน Oxic Paleustults ซึ่งมีต้นกำเนิดจากดินตะกอนของลำน้ำเก่า และการผุสลายของหินตะกอน ดินจะเป็นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์พอสมควร หน้าดินตื้น มีการระบายน้ำดีถึงดีปานกลาง เพราะเนื้อดินร่วน (loamy skeletal) และมีกรวดทรายปนอยู่มากบนผิวดิน เป็นดินที่ง่ายต่อการถูกชะล้างและพังทลาย (erosive soil) ดินชนิดนี้จะพบได้ทั่ว ๆ ไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในที่ลุ่มน้ำของลุ่มน้ำต่าง ๆ ของอุทยานแห่งชาติ
ดินในป่าสนเขาและดินป่าสนผสมไม้ก่อ
ดินที่พบในป่าดังกล่าวมีความคล้ายคลึงกันมาก และจะแตกต่างกันในรายละเอียดบ้างตามลักษณะของสังคมพืชที่ขึ้นอยู่ ดินจะเป็นดินของป่าดิบเขาเดิม คือ เป็นดินที่มีสีน้ำตาลแดง ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มดินหลัก (great soil group) Reddis Brown Lateritic หรืออยู่ในอนุกรมวิธาน (soil taxonomy) Orthoxic palehumults ซึ่งมีต้นกำเนิดจากหินแกรนิต (granite), หินไนส์ (gneiss) และหินคว quartzite organic matter clay ? clay loam erosive soil
พื้นที่ที่มีระดับความสูงตั้งแต่ 700 ? 1,500 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ดินมีสีน้ำตาลแดง มีการระบายน้ำปานกลาง มีการชะล้างหน้าดินปานกลาง ดินลึกกว่าดินประเภทอื่นข้างต้น รากพืชปรากฏให้เห็นลึกถึง 75 ซม. ผิวดินไม่มีก้อนกรวดและดินลูกรัง ดินมีปริมาณทรายน้อยลงและปริมาณไม่แตกต่างกันมากที่ระดับผิวดินและลึก 50 ซม. มีค่าระหว่าง 37 ? 45 % ดินเป็นกรดอ่อน ค่า ph 5.6 ? 6.0 อินทรีย์วัตถุไม่สูงมากนัก ที่ผิวดิน (0 ? 5 ซม.) มี 2.69 %
ดินป่าดิบเขา
เป็นดินที่พบตั้งแต่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,500 เมตร ขึ้นไป ดินบริเวณนี้โดยทั่ว ๆ ไป ลึกมากและมีความชื้นสูง ผิวดินปกคลุมด้วยซากพืชหนา ดินมีสีค่อนข้างดำ ลึกมากกว่า 5 ซม. มีความเป็นกรดปานกลาง มีค่า pH 5.1 ดินชั้น B ลึกมากกว่า 60 ซม. เป็น loam สีน้ำตาลแดงหรือสีส้มปนแดง มีค่า pH ประมาณ 5.4 ดินทั้งสองชั้นไม่มีก้อนกรวดปนหรือมีน้อยมาก